วันอังคารที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2555

สรุป


                ปัจจุบัน Internet เป็นระบบการติดต่อสื่อสารที่ได้ความความนิยมกันทั่วโลก และเพิ่มความนิยมขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้บริษัท องค์กร และธุรกิจต่างๆ ทั้งขนาดเล็ก ขนาดใหญ่ ทั้งภาครัฐ และเอกชน ต่างมีความจำเป็นที่ต้องใช้การติดต่อสื่อสารบน Internet และจำเป็นต้องมีเว็บไซต์เป็นของตัวเอง เพื่อเป็นการก้าวเข้าสู่ยุคไซเบอร์อย่างเต็มรูปแบบ ทำให้ต้องโลดแล่นอยู่บนเครือข่ายการติดต่อสื่อสารอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งหมายถึงการนำเอาเทคโนโลยีใหม่ๆ มาเปิดใช้ในการดำเนินธุรกิจ เพื่อให้ก้าวหน้าสู่ความสำเร็จต่อไป
       การที่เรามีความจำเป็นที่จะต้องใช้การติดต่อสื่อสารบน Internet นั้น ปัจจุบันจึงถือได้ว่าเป็นเรื่องปกติ ที่นับได้ว่า เป็นแนวทางที่สำคัญที่สุดในการติดต่อสื่อสาร เพราะฉะนั้น Website จึงเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด ในการดำเนินธุรกิจในปัจจุบัน
web 1.0 ผู้เข้าชมสามารถอ่านได้อย่างเดียว ( Read-only ) เป็นเทคโนโลยีที่สามารถที่สามารถแก้ไขข้อมูล หน้าตาของเว็บไซต์ได้เฉพาะผู้ดูแลเว็บไซต์ ( Webmaster )เป็นเว็บที่ผู้เข้าเยี่ยมชมไม่สามารถมีส่วนร่วมกับเว็บดังกล่าวได้ ถือว่าเป็นเว็บรุ่นแรกของเทคโนโลยีเว็บไซต์ ส่วนมากจะใช้ภาษา html เป็นภาษาสำหรับการพัฒนา
web 2.0 ผู้เข้าชมสามารถอ่านและเขียนได้ ( Read-Write ) เป็นเทคโนโลยีเว็บไซต์ที่พัฒนาต่อจาก web 1.0 เป็นเทคโนโลยีเว็บไซต์ที่สามารถโต้ตอบกับผู้ใช้งานได้ เช่น เว็บบอร์ด เว็บบล็อก วิพีเดีย เป็นต้น ซึ่งจะใช้ฐานข้อมูลมาเกี่ยวข้อกับเทคโนโลยีนี้ด้วย
web 3.0 ผู้ชมสามารถอ่าน เขียน จัดการ ( Read-Write-Execute ) คือจากที่ผู้เข้าไปใช้อ่าน และเพิ่มข้อมูล ผู้ใช้ก็สามารถปรับแต่งข้อมูลหรือระบบได้เองอย่างอิสระมากขึ้น สำหรับเมืองไทยนั้นจะนำเข้ามาใช้ในอนาคต เทคโนโลยีบางอย่างที่คาดว่าจะถูกนำมาใช้ใน web 3.0 ได้แก่ Artificial Intelligent (AI) เรียกว่า ปัญญาประดิษฐ์ หรือสมองกล,Semantic Web and SOA (Service-oriented architecture)เป็นเรื่องของการแลกเปลี่ยนข้อมูลที่ต่างระบบกัน, 3D หรือ Web3D Consortium เป็นเว็บรูปแบบ 3 มิติ, Composite Applications เป็นการผสมบริการระหว่างกัน เช่น การดึงบริการจากเว็บรูปแบบหนึ่งมาใช้งานในเว็บไซต์รูปแบบอื่นๆ ได้ด้วยเสมือนเป็นเว็ปไซต์เดียวกัน

Google โชว์แว่นตาอินเทอร์เน็ตเจ๋งสุดๆ



กูเกิ้ล (Google) เปิดวิสัยทัศน์ใหม่ให้กับผู้ใข้ทั่วโลกด้วยการเข้าสู่อินเทอร์เน็ตผ่านทาง"แว่นตา" โดยหน้าเพจของ Project Glass บน Google+ ยืนยันข่าวลือที่มีออกมาก่อนหน้านี้ว่า ทางบริษัทกำลังทำแว่นตาที่เชื่อมโลกออนไลน์เข้ากับโลกแห่งความเป็นจริงได้อย่างลงตัว ผู้ใช้สามารถมองเห็นกราฟิกของข้อมูลต่างๆ ที่เกียวกับข้องสิ่งที่อยู่รอบตัว หรือสืบค้นด้วยคำสั่งเสียง
สมาชิกทีมโพสต์ในกูเกิ้ลพลัสระบุว่า เทคโนโลยีดังกล่าวน่าจะเหมาะกับผู้บริโภค โดยคุณสามารถใช้คุณสมบัติดังกล่าวของแว่นตาได้ในยามจำเป็น และในยามที่ไม่ต้องการก็เอามันออกไปได้ Project Glass เป็นผลงานจากทีมพัฒนา Google X ที่ต้องการพัฒนาเทคโนโลยีที่ช่วยให้คุณสามารถสำรวจโลกที่มองเห็นตรงหน้า เพื่อแชร์ให้กับคนอื่นๆ ได้ ภาพถ่ายทีมีการเผยแพร่ออกมา แสดงให้เห็นว่า ผู้ใช้สวมใส่แว่นตากรอบเงินที่มาพร้อมกับกล้องขนาดเล็ก และเลนส์จอแสดงผล เพื่อแสดงข้อมูลอย่างเช่น เส้นทาง พยากรณ์อากาศ หรือเมสเสจจากเพื่อนๆ
นอกจากแว่นตาอินเทอร์เน็ตจะมาพร้อมกับกล้อง และเลนส์แสดงผลแล้ว มันยังมีไมโครโฟนติดมาด้วย ซึ่งทำให้ผู้สวมใส่สามารถออกคำสั่งอินเทอร์เน็ตที่เชื่อมโยงกับแว่นตาได้ด้วยเสียงพูด แบบเดียวกับที่ใช้คำสั่งเสียง (voice command) ที่อยู่ข้างกล่องค้นของ Google นั่นเอง ทางเว็บไซต์ได้นำภาพบางส่วนของเทคโนโลยีดังกล่าวมาโชว์ พร้อมกับทำวิดีโอสาธิตการใช้งาน อย่างไรก็ตาม Google ยังมองว่า แว่นตาอินเทอร์เน็นยังเป็นคอนเซปต์ที่ต้องใช้เวลาอีกนานพอสมควรกว่าจะพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ได้จริง


Google Maps


Google Maps คือบริการของ Google ที่ให้บริการเทคโนโลยีด้านแผนที่ประสิทธิภาพสูง ใช้งานง่าย และข้อมูลของธุรกิจในท้องถิ่น ได้แก่ ที่ตั้งของธุรกิจ รายละเอียดการติดต่อ และเส้นทางการขับขี่ ด้วย Google Maps คุณจะเพลิดเพลินไปกับคุณสมบัติที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะดังต่อไปนี้
    * ผลการสืบค้นที่ผสานรวมข้อมูลของธุรกิจ - ค้นพบข้อมูลที่ตั้งและรายละเอียดการติดต่อของธุรกิจทั้งหมดที่แสดงผลรวมไว้ ในที่เดียวบนแผนที่ ตัวอย่างเช่น หากคุณค้นหา [ pizza in San Jose, CA ] ที่ตั้งของรายชื่อธุรกิจที่เกี่ยวของและหมายเลขโทรศัพท์จะปรากฏขึ้นบนแผนที่ คุณยังสามารถดูข้อมูลเพิ่มเติม เช่น เวลาเปิดทำการ ประเภทของการชำระเงินที่ยอมรับ และคำวิจารณ์ได้อีกด้วย
    * แผนที่ที่สามารถลากได้ - คลิกและลากแผนที่เพื่อดูส่วนที่อยู่ติดกันได้ทันที (รอดาวน์โหลดพื้นที่ใหม่ไม่นาน)
    * ภาพถ่ายจากดาวเทียม - ดูภาพถ่ายจากดาวเทียม (หรือภาพถ่ายจากดาวเทียมพร้อมกับข้อมูลแผนที่วางซ้อนทับกัน) ของที่ตั้งที่คุณต้องการ ซึ่งคุณสามารถขยายและเลื่อนดูในมุมกว้างได้
    * มุมมองระดับถนน - ดูและค้นหาเส้นทางภายในภาพถ่ายระดับถนน
    * เส้นทางโดยละเอียด - ป้อนที่อยู่และให้ Google Maps วาดแผนผังที่ตั้งและ/หรือเส้นทางการขับขี่ให้กับคุณ วางแผนการเดินทางโดยเพิ่มปลายทางหลายแห่งลงในเส้นทางของคุณ ใช้เครื่องหมาย "+" เพื่อขยายหรือยุบทิศทางทีละขั้นในแผงด้านซ้าย หรือคลิกที่แต่ละขั้นเพื่อดูภาพแผนที่ที่ถูกขยาย เมื่อต้องการหาเส้นทางย้อนกลับของคุณ ให้ลากปลายทางของคุณแล้วปล่อยลงในแผงด้านซ้าย คุณยังสามารถเลือกที่จะหลีกเส้นทางไฮเวย์ได้โดยทำเครื่องหมายในกล่องในมุมบน ด้านซ้ายมือ
    * แป้นพิมพ์ลัด - เลื่อนดูไปทางด้านซ้าย ขวา ขึ้น และลงด้วยปุ่มลูกศร เลื่อนดูในมุมกว้างยิ่งขึ้นด้วยปุ่ม Page Up, Page Down, Home และ End ย่อและขยายด้วยปุ่มบวก (+) และลบ (-)
    * ดับเบิลคลิกเพื่อใช้งานฟังก์ชันการขยาย - ดับเบิลคลิกบนปุ่มซ้ายเพื่อย่อ และดับเบิลคลิกบนปุ่มขวาเพื่อขยาย (Ctrl+ ดับเบิลคลิก สำหรับผู้ใช้ Mac)
    * การย่อขยายด้วยปุ่มเลื่อน - ใช้ปุ่มเลื่อนบนเมาส์ของคุณเพื่อย่อและขยายแผนที่

CMS คืออะไร


CMS ย่อมาจาก Content Management System เป็นระบบที่นำมาช่วยในการสร้างและบริหารเว็บไซต์แบบสำเร็จรูป โดยในการใช้งาน CMS นั้นผู้ใช้งานแทบไม่ต้องมีความรู้ในด้านการเขียนโปรแกรม ก็สามารถสร้างเว็บไซต์ได้ ตัวของ CMS เองจะมีโปรแกรมแถมมาและสามารถแทรกเองได้มากมายเช่น webboard , ระบบจัดการป้ายโฆษณา , ระบบนับจำนวนผู้ชม แม้แต่กระทั่งตระกร้าสินค้า และอื่นๆอีกมากมาย
    CMS เป็นเหมือนโปรแกรม โปรแกรมหนึ่ง ที่มีผู้พัฒนามาจากภาษาคอมพิวเตอร์ที่ใช้ในเว็บไซต์เช่น PHP , Python , ASP , JSP ซึ่งในปัจจุบันมีคนใจดีพัฒนา CMS ฟรีขึ้นมามากมายอย่างเช่น Mambo , Joomla , Wordpress
    แน่นอนว่าผู้พัฒนาระบบ CMS ฟรี ที่กล่าวมาข้างต้นนั้นล้วนเป็นมืออาชีพที่มีฝีมือในเรื่องของ เว็บไซต์เป็นอย่างยิ่ง ทั้งการเขียนโปรแกรมที่รัดกุม การออกแบบเนวิเกชั่นที่ดี ทำให้ภาพรวมของเว็บไซต์ที่ใช้ CMS นั้นออกมาในแนวมืออาชีพอย่างมาก
ข้อดีของ CMS
    1.ผู้ใช้งานไม่จำเป็นต้องมีความรู้เรื่องการทำเว็บไซต์ เพียงแค่เคยพิมพ์ หรือเคยโพสข้อความในอินเทอร์เนต ก็สามารถมีเว็บไซต์เป็นของตัวเองได้
    2.ไม่เสียเวลาในการพัฒนาเว็บไซต์ ไม่เสียเงินจำนวนมาก
    3.ง่ายต่อการดูแล เพราะมีระบบจัดการทุกอย่างให้เราหมด
    4.มีระบบจัดการที่เราสามารถหามาใส่เพิ่มได้มากมาย อย่างเช่น ระบบแกลลอรี่
    5.สามารถเปลี่ยนหน้าตาเว็บไซต์ได้ง่ายๆ เพียงแค่โหลดทีม (Theme) ของ CMS นั้นๆ
ข้อเสียของ CMS
    1.ในกรณีที่ผู้ใช้ต้องการออกแบบทีม (หน้าตาของเว็บ) เอง จะต้องใช้ความรู้มากกว่าปรกติ เนื้องจาก CMS มีหลายๆระบบมารวมกันทำให้เกิดความยุ่งยาก สำหรับผู้ที่ไม่มีความรู้
    2.ผู้ใช้จะต้องศึกษาระบบ CMS ที่ผู้พัฒนาสร้างขึ้นมา เช่นจะต้องใส่ข้อความลงตรงไหน จะต้องแทรกภาพอย่างไร ซึ่งจะลำบากเพียงแค่ช่วงแรกเท่านั้น
    3.ในการใช้งานจริงนั้นจะมีความยุ่งยากในการ set up ครั้งแรกกับ web server แต่ปัจจุบันก็มีผู้บริการ web server มากมายที่เสนอลงและ set up ระบบ CMS ให้ฟรีๆโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
เมื่อรวมๆข้อดีและข้อเสียดูแล้ว ก็ยังเห็นได้ว่า CMS นั้นก็เป็นระบบที่น่าใช้งานอยู่ดี
แนะนำ CMS
- Mambo CMS ตัวนี้มีผู้ใช้งานมากมายทั้งในหน่วยงานของรัฐ และผู้คนทั่วไป ทำให้มีคนให้เราสามารถปรึกษาได้มาก รวมถึงตัวระบบเองก็ใช้งานได้ง่าย และมีผู้พัฒนาอยู่ตลอดเวลา มีเว็บไซต์ภาษาไทยรองรับสำหรับผู้ที่ต้องการศึกษาและใช้งาน 

facebook & twitter ต่างกันอย่างไร


twitter เป็นการส่งข้อความสั้นๆ ให้กับคนที่แอด เราได้อ่านแบบสดๆ อาจเป็นข่าวจากนักข่าวโดยตรง อาจเป็นข้อความจากเพื่อนทหารแนวหน้า อาจเป็นข้อความอวยพร อาจเป็นประกาศจากนายกโดยตรง อาจเป็นโปรโมชั่นของสินค้าแบบสดๆ อาจเป็นคำสอน คำคม จากพระ
facebook เป็นการใส่ชื่อนามสกุล เราลงไปหวังผลเพื่อให้ได้เจอเพื่อนเก่า ได้ทักทายคนที่เราซี้ๆ กันอยู่ ดีกว่า MSN เพราะเป็นการคุยเป็นกลุ่มได้ คุยกันได้หลายคนบางทีได้คุยกับเพื่อนของเพื่อนได้อีก แต่ไม่ดีตรงที่บางคนเราไม่สนิทมาตีซี้ หรือความเป็นส่วนตัวของเราจะลดน้อยลง อย่างเช่น นักร้องเกาหลีคุยกับเพื่อนเล่นๆ ในเฟสบุคสมัยที่ยังไม่ได้เป็นนักร้องว่า คนเกาหลีไม่ได้เรื่องหูไม่ถึง คราวนี้พอดังแล้วมีคนไปคุ้ยเจอ เลยหมดอนาคตเป็นต้น
ประโยชน์ของ ทวิตเตอร์ (
Twitter)
ข้อดีที่สุดคือ ข้อความเราจะใหม่มาก สดมาก อย่างเช่น เจ้าของกิจการ Se-ed ออกนโยบายใช้บัตรประชาชนแทนบัตรสมาชิกไม่ต้องพกบัตรหลายใบ แล้วเขามาโพสใส่ทวิสเตอร์ของเขา พอดีเราตามเขาอยู่เราก็รู้ทันที โดยไม่ต้องรอให้ฝ่ายการตลาดมาออกประกาศให้เสียเวลา
                1.ติดตามข่าวสาร                
2. ช่องทางติดต่อผู้อื่น
                3. ขอความช่วยเหลือ                         
4. แบ่งปันความรู้และแนวคิดกัน 

Twitter


Twitter.com เป็นบริการส่งข้อความเป็นประโยคสั้นๆ ที่คุณส่งไปนั้นจะเป็นการบอกว่า คุณ กำลังทำอะไรอยู่? ในตอนนั้น เพื่อเป็นบันทึก ณ. ช่วงเวลานั้นว่าคุณทำอะไรอยู่ ลงไปในเว็บไซต์ของ Twitter.com เช่น "กำลังจะกินข้าว" "กำลังจะออกจากบ้าน" เป็นต้น และเมื่อคุณส่งประโยคสั้นๆ ไปเรื่อยๆ ในช่วงเวลาที่คุณมีเวลา และสามารถทำได้ เมื่อกลับมาอ่านมัน ข้อความทั้งหมด มันจะก็จะสามารถประติดประต่อ บอกเรื่องราวว่าคุณทำอะไรไปบ้างช่วงวันหนึ่งๆ ซึ่งจะสะดวกกว่าการ มานั่งหลังคดหลังแข็งมานั่งเขียนบล็อก ทั้งวัน นี้แหละที่ Twitter.com เลยเข้ามาทดแทนและช่วยให้คนไม่ชอบเขียน บล็อก หันมาใช้บริการพวกนี้เยอะมากขึ้น
แต่สิ่งหนึ่งที่มาช่วยให้ Twitter มีประโยชน์ และสนุกมากขึ้น ก็คือ คุณสามารถติดตาม (Follow) คนอื่นๆ ที่เค้าเขียนข้อความลงไปใน Twitter ของเค้าได้ ว่าเค้าคนนั้นกำลังทำอะไรอยู่ โดยเมื่อคุณ ติดตาม (Follow) เค้าแล้ว เมื่อคนนั้นเค้าทำอะไรและพิมพ์อะไรลงไปใน Twitter คุณก็ได้รับข้อความเหล่านั้นด้วยไปพร้อมๆ กัน และก็สามารถติดตามได้ทีละหลายๆ คน ซึ่งก็จะทำให้คุณทราบว่าเค้าเหล่านั้นกำลังทำอะไรอยู่ในขณะนั้นทันที จะเห็นว่า Twitter ก็เริ่มกลายเป็นเครื่องมือในการกระจายข้อมูล (Broadcast) ของคนๆ หนึ่ง ไปยังคนหลายๆ คนได้ง่ายๆ ผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต และที่สำคัญคือ คุณสามารถส่งข้อความเข้า Twitter ผ่านโทรศัพท์มือถือได้ง่ายๆ ผ่าน SMS หรือ WAP โดยเข้าไปที่ http://m.twitter.com ดังนั้นไม่ว่าคุณอยู่ไหนก็ตาม ที่คุณมีโทรศัพท์มือถือ คุณก็สามารถส่งข้อความเข้า Twitter ได้ง่ายๆ
ทีนี้ เมื่อมีเพื่อนๆ ของคุณ หรือคนที่คุณรู้จัก แล้วเค้าเหล่านั้นใช้บริการ Twitter คุณก็สามารถรับรู้ได้ทันทีว่าเพื่อนของคุณหรือ คนที่คุณอยากติดตาม เค้ากำลังทำอะไรอยู่ ณ. ตอนนั้น
ในรูปแบบของ twitter นี้ ที่เรียกว่าเป็น blog สั้นก็เพราะว่า twitter ให้เขียนข้อความได้ครั้งละไม่เกิน 140 ตัวอักษร ซึ่งข้อความนี้เมื่อเขียนแล้วจะไปแสดงอยู่ในหน้า profile ของผู้เขียนนั่นเอง และจะทำการส่งข้อความนี้ไปยังสมาชิกที่ติดตามผู้เขียนคนนั้นอยู่ (follower) โดยอัตโนมัติ
สาเหตุสำคัญที่ twitter นั้นฮิตไปทั่วโลก ก็เพราะว่ามีเครื่องมือที่อำนวยความสะดวกให้ผู้เขียน สามารถอัพเดทหรือเขียนข้อความ (Tweet) จากที่ไหนก็ได้ ตั้งแต่หน้าเว็บไซต์ บนโปรแกรมที่ติดตั้งลงบนเครื่องคอมพิวเตอร์ หรือแม้กระทั่งบนโทรศัพท์มือถือ จึงทำให้ผู้เขียน twitter นั้นสามารถอัพเดทได้บ่อยเท่าที่ต้องการ           ข้อความอัปเดตที่ส่งเข้าไปยังทวิตเตอร์ จะแสดงอยู่บนเว็บเพจของผู้ใช้คน นั้นบนเว็บไซต์ และผู้ใช้คนอื่นสามารถเลือกรับข้อความเหล่านี้ทางเว็บไซต์ทวิตเตอร์, อีเมล, เอสเอ็มเอส, เมสเซนเจอร์ (IM), RSS, หรือผ่านโปรแกรมเฉพาะอย่าง Twitterific Twhirl ปัจจุบันทวิตเตอร์มีหมายเลขโทรศัพท์สำหรับส่งเอสเอ็มเอสในสามประเทศ คือ สหรัฐอเมริกา แคนาดา และสหราชอาณาจักร
                ความสำเร็จของทวิตเตอร์ส่งผล ให้มีบริการคล้ายคลึงกันออกมาเป็นจำนวนมาก เช่น Jaiku หรือ Noknok ของไทย เว็บไซต์แห่งหนึ่งถึงกับรวบรวมบริการแบบเดียวกับ ทวิตเตอร์ได้ถึง 111 แห่ง
          ตัวระบบซอฟต์แวร์ของทวิตเตอร์ เดิมพัฒนาด้วย
Ruby on Rails จนเมื่อราวสิ้นปี ค.ศ. 2008 จึงได้เปลี่ยนมาใช้ภาษา Scala บนแพลตฟอร์มจาวา

Web 4.0 การเปลี่ยนแปลงโลกที่สำคัญในอนาคต


เว็บ4.0 มีความสำคัญเป็นอย่างมากในมีส่วนร่วมในเครือข่ายออนไลน์ที่มีความสะดวกสบายรวดเร็วในการส่งข้อมูลระดับโลกการได้มีส่วนร่วมในการทำงานร่วมกันในอุตสาหกรรมและเครือข่ายทางการเมืองสังคมและชุมชนอื่นๆ ที่มีความสำคัญWeb 4.0 delivers community sovereignty to channels and information.เว็บ4.0 ทำให้การส่งข้อมูลไปได้ทั่วโลกอย่างรวดเร็วมากกว่าเว็บ 1.0 ที่ถูกพัฒนาสร้างขึ้นกว่า 100 ปีของการรวบรวมพัฒนาเจริญเติบโตไปทั่วโลก The potential of achieving rapid economic development and industry innovation outcomes in a very short time frames is real.มีศักยภาพในการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาทางเศรษฐกิจอย่างรวดเร็วและผลการพัฒนานวัตกรรมในอุตสาหกรรมที่สั้นมากๆ ในเวลาที่เป็นจริง  เป็นการเรียนรู้ได้เองของคอมพิวเตอร์มีความฉลาดและคิดแทนมนุษย์ได้